Hello world!

Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!

Posted in Uncategorized | 1 Comment

หัวข้อการพูดคุย YouTube – butterfies.MOV

 

ยกคำพูดมา

YouTube – butterfies.MOV
 

Posted in Uncategorized | Leave a comment

หัวข้อการพูดคุย YouTube – แพรวเอาจริงบ้าง

Posted in Uncategorized | Leave a comment

หัวข้อการพูดคุย YouTube – ท่าไม่ไหว

 

ยกคำพูดมา

YouTube – ท่าไม่ไหว
 

Posted in Uncategorized | Leave a comment

let s try it

<object width="640" height="385"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/c70ImTr7FyU&amp;hl=en_US&amp;fs=1"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/c70ImTr7FyU&amp;hl=en_US&amp;fs=1&quot; type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="640" height="385"></embed></object>

<object width="640" height="385"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/TGYju1E6a6Q&amp;hl=en_US&amp;fs=1"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/TGYju1E6a6Q&amp;hl=en_US&amp;fs=1&quot; type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="640" height="385"></embed></object>

Posted in Uncategorized | Leave a comment

กอดฟ้า กอดน้ำ กอดตัวเอง

ชอบโฆษณาการท่องเที่ยวจังที่บอกว่า กอดฟ้า
กอดน้ำ กอดต้นไม้ เราชอบจังที่พูดถึงการกอด อันนี้ไม่ได้ลามกนะ
แต่การกอดมันทำให้คนที่รู้สึกแย่ รู้สึกดีขึ้นทันที อย่างตอนที่เราเป็นพีเอ็มเอส
และเรารู้สึกแย่มาก ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นทุกอย่างมันรุนแรงกระทบความรู้สึกทั้งนั้น
ตอนนั้นเราเองก็รู้ตัว เลยพยามหลีกเลี่ยงการคุยกับคนูท แต่กลายเป็นตัวเองจิตตกเอง
คิดโกรธน้อยใจไปหมด จนกระทั้งไปประชุมที่กรุงเทพ นัดกินข้าวเย็นกัน
ในตอนนั้นคิดไว้เลยว่าถ้าเจอกันจะเฉ่งให้หายแค้น แต่พอเจอกันเหมือนเขารู้ว่าเราแย่
เขาเดินมากอดเราแน่นๆ เท่านั้นความรู้สึกแย่ทั้งหมดหายหมด เขาคงรู้ว่าเราแย่
และเขาพยายมทำให้เรารู้สึกดี ทั้งๆที่ตัวเองเพิ่งกลับจากประชุมที่ต่างประเทศ

การกอดทำให้เรารู้ว่ามันรักษาจิตใจคนได้ดีอย่างนี้นี้เอง

กลับมาที่วันระเบิดลง
แม่กับพ่อทะเลาะกันใหญ่ถึงขั้นท้าหย่าจากกัน เราเองเป็นพวกอ่อนไหวเร็ว
เราร้องไห้ทั้งวัน การร้องไห้กลับทำให้เราหายเศร้าได้เร็วขึ้น และการร้องไห้ให้แม่เย็นลงด้วยแหละ
แต่จริงๆ ไม่ชอบร้องไห้เท่าไหร เขาจะหาว่าเราอ่อนแอ
แต่ในภาวะแบบนี้พอร้องไห้จนพอเรากลับพูดถึงมันได้โดยไม่เศร้าอีก
อย่างตอนที่เลิกกับเชน ตอนนั้นก็ร้องไห้
ถ้าไม่ได้เล่าให้พี่ไหมหรือเพื่อนฟังเราคงแย่ไปเลย
เพราะพอเล่าทุกอย่างออกไปเรากลับยอมรับสิ่งที่ เกิดขึ้นว่ามันเกิดขึ้นจริง
และเราเข้มแข็งได้เร็ว หันกลับมาเผชิญปันหาได้อย่างเข้มแข็งขึ้น เราออกจะโชคดีหน่อยที่เป็นคนแบบนี้
แค่ได้เล่าออกมาก็สบายใจแล้ว กอดตัวเองละกัน

อย่างบางเรื่องเราไม่พอใจการบริการเราก็บอกเขาไปเลยว่าไม่พอใจ
ดีกว่าเก็บมาหงุดหงิดทีหลัง อย่างคนูทเขาว่าไม่เคยเห้นเราทะเลาะแรง หรือโกรธนาน
เราบอกว่าถ้าได้พูดออกไปเราก็หายแล้ว เราไม่ค่อยเก็บอารมณ์มาข้ามคืนหรอก
ตื่นมาก็ลืมแล้ว ฉะนั้นไม่พอใจก้พูดมันไปเดี๋ยวนั้น

อย่างวันนี้ ทีที แอนด์ที ก็โดน
แลเราคิดว่าสมควรโดนว่าด้วย เพราะเมื่อว่าอินเตอร์เน็ตเสีย เราโทรไปถามเขาบอกว่าหม้อไฟระเบิดกำลังแก้ไข
เราถามว่าอีกนานไหมกว่าจะใช้ได้ เขาบอกว่าให้หมั่นเช็คด้วยนะคะ
อันนี้ไม่รวมที่เรางงว่ามันพูดอะไรวะ ทำไม่ฟังไม่รู้เรื่อง พูดเร็ว
และเสียงขึ้นลงแปลก ๆ จนได้ถามอีกรอบว่าให้ทำอะไรนะ เขาถึงได้ทวนแบบชัดๆว่า
ให้เข้าไปเช็คดูบ่อย อ้อ เวรฟังภาษาไทยไม่เข้าใจ

อินเตอร์เน็็ตที่ทำงานเสียตั้งแต่วันที่ 2
และได้โทรไปถมที่
call center เห็นแจ้งว่าฝนตกหนัก
หม้ออะไรสักอย่างเสียกำลงซ้อม เราก็เอ้อนะ รอได้ คงเสร็จภายใน ครึ่งวัน ผ่านไป 1
วัน

เช้าวันนี้มาเราเห็นว่าเรายังใช้อินเตอร์เน็ตไม่ได้
จึงโทรไปถามอีก เขาบอกว่าใช้ได้แล้ว แต่ของเรายังไม่ได้จะส่งช่างมาซ้อม ตามแบบการพูดของเขา
แต่เราไม่พอใจ เราบอกว่าทำไมมันเสียทุกครั้งที่ฝนตก ยังรู้อีกว่ากี่ครั้งที่เราโทรแจ้งว่ามันเสีย
และถามหน่อยเถอะว่า 6 เดือน  3
ครั้งนี่ถือว่าน้อยเหรอ พอใจกับมาตรฐานแล้วเหรอ

พอเราบอกว่าอย่างนี้กว่าจะมาซ้อมก็วันจันทร์
หรืออังคาร ยังบอกว่าเราขอทำเรื่องคืนเงินได้ ปี๊ดเลย
นี้เป็นครั้งที่สองแล้วนะที่มาตอบแบบไร้ความรับผิดชอบ แบบนี้ ไม่เคยปรับปรุง
เราถามว่าคืนเงินมาแล้วได้อะไร เราได้รับความพึงพอใจกับบริการไหม
และเวลาไปขอคืนเงิน เอาแบบมาให้กรอกที่บริษัทหรือเปล่า มีแต่เราต้องเสียเวลาไปหา
ทั้งที่เราเป็นฝ่ายเสียหาย

เราตำหนิว่าถ้าเช็คได้กระทั้งว่าเราโทรไปแจ้งเสียวันไหร
เวลาไหน แล้วเวลาที่มันใช้ได้ทำไมไม่โทรมาถามว่าเราใช้ได้หรือยัง อย่างเมื่อวานเราก็ใช้ไม่ได้ทั้งวัน
ถ้าวันนี้ไม่โทรไปถามเราก็จะเข้าใจว่าคุณยังซ้อมไม่เสร็จ

สรุปว่าท่าทางเราจะไม่ได้ใช้อินเตอร์เน็ตอีก
4-5 วันโดยที่ไม่มีใครคิดจะทำไร ปล่อยมันรอไป มันชินแล้ว มันบ่นไปก็เท่านั้น
บอกแค่ว่าจะเร่งให้ เดี๋ยววันดีคืนดีสัณญาณมันมาเองแหละ

ครั้งก่อนหน้านี้เห็นว่าเครื่อข่ายใยแก้วเสียให้รอซ้อม
เราก็รอ จนโทรไปถามอีกที เขาว่าโมเด็มเราเสีย อันนี้ยังเช็คได้อีกว่าเราแจ้งเสีย
และจำได้ไหมว่าเป็นคนบอกให้เราเอาไปให้ศูนย์ซ้อม พอเอาไปเขาบอกไม่เสีย ผ่านไปอีกวันค่อยมาดู
และบอกว่าทำไรไม่ได้ ให้หาช่างมาซ้อมเวร เดือนระหกร้อยสามสิบกว่าบาททุกเดิน
ได้รับบริการเหนือความคาดหมายจริงๆ  แถมเวลาไปจ่ายค่าบริการยังต้องเสียเพิ่มอีก
10 บาท ดีจริง

Posted in Health and wellness | Leave a comment

สู้เพื่อแม่

21/6/53

การประชุมเชิงปฏิบัติการผ่านไปแบบคนเข้าร่วมประชุมหาวแล้ว หาวอีก ที่ง่วงนอนไม่ใช่เพราะการประชุมน่าเบื่อหรอกนะ แต่เพราะน้ำมันที่เขาเอามาสาธิตการนวดสวีดิช ข่างหอม อีกทั้งกลิ่นที่ผสมมาล้วนชวนหลับทั้งนั้น

พอมาวันที่สองเขามาสาธิตการนวดสำหรับคนที่เป็น office syndome  อันนี้เราไปนั่งดูซะใกล้เพราะบอกน้องคนที่มาเป็นหุ่นให้นวดว่าจะตามไปถ่ายรูปให้ ยิ่งใกล้กลิ่นยิ่งหอม ทั้งลาเวนเดอร์ กระดังงา ล้วนเป็นกลิ่นผ่อนคลายทั้งนั้น กว่าจะสาธิตเสร็จ ทำเอาเราง่วงนอนตาแทบลืมไม่ขึ้น

กลับมาอีกวันพี่เตือนโทรมาบอกให้ไปเอาเอกสาร เพราะลืมเอาไปให้เรา พอไปถึงสาธารณสุขไม่ได้มานานเขาย้ายตึกซะแล้ว เรารึ อุส่าห์เดินขึ้นไปตั้ง 3 ชั้น เดินจนปวดเข่าเลย

เมื่อได้เอกสารแล้ว กลับมานั่งอ่าน และเก็บเอาไปไล่เวลาประชุมกับกรมพัฒนาฯอีก พอโดนเขาถามยังมีหน้าเนียนตอบไปได้อีก เอาล่ะได้หัวข้อแล้ว วันที่ประชุมกันเราให้การบ้านพนักไป  2 อย่าง คือไปคิดท่านวดทวนดคลายเส้นมา และ อีกอย่างคือจุดมุ่งหมายของเราตอนนี้คือ the best day spa in sisaket ฟังดูหรูนะ แต่ได้แรงบรรดาลใจจากหลายคน และการที่เราจะเป็นที่หนึ่งนั้นคือเราต้องมีมาตาราฐาฯทั้งการบริการ และความสะอาดซึ่งตอนนี้ ก็ โอเคนะ ดีขึ้น และเรากลับมาที่คิดว่าจะเอายังไงดีที่มีแบบสำเร็จ หากมีการเปลียนแปลงคนที่มาทำต่อจะได้ต่อเนื่องเลย

กลับมาที่แม่จะไปเที่ยวสิงคโปร ตอนแรกมีปันหาว่าว่ารองเที่ยวใส่ถ้าไม่ใช่รองเท้าแตะ ต้องเป็นแบบไหน สุดท้ายลงตัวที่ว่าไปซื้อรองเท้ารัดส้นอีกคู่เลย ตอนบ่ายเลยไปซุ่นเฮงกัน

เอาล่ะได้รองเท้าแล้วขอเดินดูของกันหน่อย แม่ไปเจอกระเป๋าของหลุย์ ฟร้อนเทีย เห็นแล้วชมเลยว่าสวย แต่พอเห็นราคา แล้วแม่บอกว่าแพงไม่เอาคนขายก็เชียร์ว่าชิ้นที่ 2 ลด 30 เปอร์เซ็น เอาละสิ ใจเราคิดว่าถ้าแม่ชอบก็จซื้อให้เป็นของขวัญวันแม่เลย แต่แม่กำลังอยู่ในช่วงตัดใจ แต่เห็นเดินวนมาดูอีก 2 รอบ เราจึงมั่นใจว่าเจ้แกชอบแน่ คอนเฟิร์ม 

วันตอมาจึงได้ตามไปสอยกระเป๋าใบนั้นให้แม่ โดยมีเอ๋เสียสละซื้อกระเป๋าเงินเพื่อเอาส่วนลด30 เปอร์เซ็นต์ งานนี้ทำกันเป็นกระบวนการ ตั้งแต่โทรคุยกับยุ้ยว่าไม่เคยเห็นแม่ชมกระเปาใบไหนเลย แต่กระเป๋าราคา 5000 บาท ทำเอายุ้ยอึ้งเพราะไปเล็งใบละ 500 ให้แม่  ปฎิบัติการต่อมาไปกับเจ้กี่  แต่เมื่อไปถึงกลายเป็นไม่มีของซงั้น เพราะมีคนแอบมาซื้อตัดหน้าแม่ไป เราเก็บมาแซวแม่ว่ามีใครทำตัวเป็นศัตรู แอบคอยซื้อของที่แม่อยากได้ตัดหน้าแม่

เรายืนยันว่าอยากได้ใบนั้น และเห็ไหม ยึดมั่นในสิ่งที่เราต้องการและเราก็จะได้มัน ในที่สุดพนักงานก็ยอมขยับตัว ไปหาดูว่าในสต๊อกมีของ และก็มีของจริงๆ ด้วย แม่ได้กระเป๋าแล้ว จะรู้ตัวไหมนี่ว่า ตัวเองก็มีกระเป๋าแยะเหมือนกัน

การได้กระเป๋าใบนี้ต้องยกความดีความชอบให้ทุกคนเลย อย่างเอ๋เสียสละซื้อใบแรกเป็นกระเป๋าสตังค์ที่ตัวเองไม่ค่อยชอบมากเท่าไหร เพื่อให้แม่ได้กระเป๋า และเราซื้อได้ในราค่าสบายใจหน่อย

วันถัดมายี่กิมมาชวนแม่ไปบ้านซีกิม แม่เอากระเป๋ามาอวด เท่าที่ฟังเอ๋เล่า อารมณ์ ประมาณภูมิใจ เพราะเห็นราคาแล้วว่ามันแพง เลยดีใจที่ลูกรวมตัวกันเป็นไอ้มนุษย์ไฟฟ้า 5 สี ซื้อให้ 5555  แหมที่โค้ช กะ คิปลิ้งที่เราซื้อให้ ไม่รู้ราคาละสิ ถึงวางไวยังกะกระเป๋ามาจากเขมร

แถมเมื่อเช้า (24/6/) แม่มอบอนาคตอันมั่งคั่งให้กระเป๋าใบนี้แล้ว คือ หากเก่าเมื่อไหร จะกลายเป็นกระเป๋าใส่เงิน เก็บในตู้

Posted in Uncategorized | Leave a comment

To be on fire

ไม่ค่อยว่างเลย ว่าจะมานั่งเขียนบันทึกตั้งแต่ตอนที่ไปกวนแท็กซี่มาแล้ว แต่ไม่ว่างเลย ยังไงได้เกริ่นแล้วคงขอเล่าเลยแหละ มันมีอยู่ว่าตอนที่นั่งรถไฟจะไปหัวลำโพง คนขับแท็กซี่ดันมาชวนคุยเรื่องสี แถมตัวเองออกตัวว่าเป็นกลาง เราเองก็ตอบแบบกลาง ๆ แกมรุนแรงว่า ความจริงการมีสีไม่ดีหรอก  มีแต่ประเทศที่อ่อนแอเท่านั้นที่มีการแตกแยกอย่างนี้ อีตาคนขับกลับบอกว่าดีที่มีสี แนะ!  แถมต่ออีกว่าหลังการชุมนุมแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น  เราแกล้งถามว่าดีขึ้นยังไง เขาบอกว่าจะไม่มีช่องว่างระหว่างอำมาตย์กับนายหลาวง (แอบงงว่าทุกวันนี้มีช่องว่างตรงไหนหนอ เห็นมีอะไรก็ร้อนถึงพระองค์ทุกที)

ไม่พอนะ ยังบอกว่า ต่อไปจะเผ่ากรุงเทพอีก ยังกะอันธพาลครองเมือง เราบอกว่ามาปิดแยกอย่างนี้คนขายของในห้างเขาก็ขายของไม่ได้สิ พนักง่านห้างเขาอยู่ได้ด้วยค่าคอม นะ คนขับแท็กซี่บอกว่าช่างสิ ให้มันเจ๋งไปเลย นี่เขาเข้าใจอะไรผิด อย่าลืมว่าลูกจ้างในห้างก็คนจากบ้านเราทั้งนั้น แถมมาต่อว่าพวกตัวเองเป็นไพร่ เราเองก็สงสัยจึงถามว่าใครเรียกพวกน้าว่าไพร่ เพราะเราเพิ่งคุยกับลุงไปว่าทุกวันนี้คนไทยติดนิสัยวัดคนที่สิ่งที่เขามีไม่ใช่สิ่งที่เขาเป็น คนตามต่างจัวงหวัดบางคนกลับมีวิถีชีวิตที่น่าชื่นชมกว่าคนกรุงเสียอีก แต่เถียงเขาไม่ได้เต็มปากหรอกเ พราเจอเข้าจริงๆ กับตัวตอนที่ไปเที่ยวโอซาก้า เจอพนักงานการบินไทยไปเที่ยวเช่นกัน และพูดกับอากิมว่า คนรวยมีเงินได้เที่ยวต่างประเทศ คนต่างจังหวัดจน อากิมได้แต่ยิมแล้วตอบว่า อั๊วก็คนต่างจังหวัดนะ ทำเอาเธออึ้งไป แหม คนต่างจัวงหวัดแถวบ้านเรานี่จนแหละ ไปเที่ยวทุกเดือน

เพราะคนแบบนี้แหละที่มีแนวคิดให้เกิดช่องว่างระหว่างคนกรุงเทพ และคนต่างจังหวัด ทำไมแค่เราไมท่ใช่เงินนี่ว่าเราจนเลยเหรอ

กลับมาที่อีตาคนขับแท็กซี่ที่ว่าตัวเองเป็นไพร่ โดยไม่มีใครว่าไร เราจึงแอบถามว่าแล้วอำมาตย์มันไม่ดียังไง คราวนี้เข้าทาง เขาพร้ามใหญ่ว่าอำมาตย์ ซื้อที่ไม่ผิด ลุกแทงคนตายไม่ผิด อยู่เหนือกฎหมาย ใช้ชวิตหรู หรา เอาล่ะ เราถามอีกว่าแล้วอำมาตย์นี่คือใคร เขาตอบว่าคือพวกนักการเมืองที่ทำตัวเหนือกฎหมาย ข้าราชการโกงกิน ต้องกำจัด เราจึงตอบว่าถ้ามันแย่อย่างนั้นคงต้องกำจัดแล้วแหละ ต่อไปจะได้ไม่มีพวกที่ลูกยิงคนตาย ยังกลับมาเป็นตำรวจได้เหมือนเดิม หรือลูกโกงข้อสอบแล้วไม่ผิดจะได้ไม่มี

ว่าแล้วก็จ่ายค่าแท็กซี่ แบบพอดีเป๊ะ ไม่มีทิปไปซะ แล้วรีบลงแท็กซี่ทันที ไม่รู้ว่ารู้ตัวหรือเปล่า แต่พอเล่าให้อ้นฟังอ้นบอกว่าดีนะที่ถึงหัวลำโพงก่อน ไม่งั้นคนขับเขารู้ตัวเขา แกเสร็จแน่ 555 แหมเราก็เล็งแล้วแหละถึงได้แหนบเขาแบบนั้น

เอาล่ะกลับมาที่ เรื่องตื่นเต้นอีกเรื่องกันดีกว่า เรื่องนี้เกิดตอน ตี 2 เข้าเช้าวันที่ 25 นี่แหละ อยู่ๆ แม่มาเรียกว่าไฟไหม้ ทำเอเด้งออกมาจากที่นอน แต่เราเป็นพวกประหลาดที่ไม่รู้จักตื่นเต้น เขาตื่นเต้นเก็บของกันใหญ่ เราเองคิดว่าเก็บอะไร เอกสารส่วนตัวอยู่ในกระเป๋าถือหมดแล้ว นอกนั้นก็ไม่รู้จะเอาอะไรไป เอาเสื้อผ้าไป แค่เก็บก็เสียเวลาแล้ว เลยเดินออกไปดู ข้างนอก ระหว่างนั้นเอ๋โทรเรียกรถดับเพลิงติดพอดี พอรถดับเพลิงมาเรารีบไปถามว่าเป็นไง เห็นพนักงานดับเพลิงบอกว่าไฟไม่แรง แต่ให้บ้านข้างๆ เปิดประตู และพ่อเร็วมาก ไปถอยรถลงจากหน้าห้องเก็บปุ๋ย และเปิดประตูห้องเก็บปุ๋ย แต่เห็นพนักงานดับเพลิงไปกระทุ้งที่เพดานบ้านข้างๆ อีกหลัง แล้วเอาน้ำฉีดเพราะไอร้อนมันออกมา เราตามไปดูเห็นเพดานห้องข้างบ้านต้นเพลิงเริ่มไหม้แล้ว

หลังจากนั้นเราเดินไปถามลุงสิทธิ์ว่าเริ่มเห็นไฟไหม้ตอนไหน ลุงสิทธิ์เล่าว่า กลับมาจากเยี่ยมคนป่วยที่โรงพาบาลมาตอนตี 2 และเห็นควันไฟออกมาทางหลังร้านคลังจินดา เลยดทรเรียกรถดับเพลิง เราเพิ่งเห็นว่าคนที่อยู่บ้านตรงหลังบ้านมากันแยะเลย พอมาเรียกคนในร้านคลังจินดากลับไม่มีคนเปิดประตู

ถัดมาเราไปถามคนพวกน้าเตี่ย น้าเตี่ยเล่าว่าพวกลุกค้าที่ร้านพรสวรรค์นั่งกินเหล้ากันอยู่ แล้ววันนี้น้าหวันเป็นไรไม่รู้จะเก็บร้านเร็ว แต่ไปเห็นควันออกมาจากร้านคลังจินดา จึงพยายามเรียกน้ายุทธที่อยู่บ้านติดกับร้านคลังจินดา แต่น้ายุทธไม่ได้ยิน ครูที่นั่งกินเหล้าอยู่จึงพยายามโทรไปที่ 191  แต่โทรไม่ติด

ครูเล่าว่า ผมกด191 แล้วไม่ติด เลย กด 199 ก็ไม่ติด ย้ายไปยืนกดที่กลางถนนก็ไม่ติด สงสัยว่าช่องสัญญาณมันต่างกันยังไงนะ ระหว่างฟุตบาท กับกลางถนน ภายหลังถึงมาอ่านเจอว่า 199 ใช่ได้กับโทรศัพท์บ้านเท่านั้น มือถือโทรไม่ติดจ้า แต่ความพยายามแบบโหวกเหวกของครูทำให้น้ายุทธตื่นมาดู มองลงมาเห็นครู กับน้าหวันยืนกลางถนน ตอนนั้นนั้นน้ายุทธคิดว่าสองคนนี้ทะเลาะกัน แต่พอจะนอนกลับรู้สึกร้อน จึงรู้ว่าไฟไหม้ วินาทีนั้นน้ายุทธคว้าได้ พัดลม 2 ตัว  แล้วถือวิ่งออกมา ทำเอาเป็นที่ขบขันกันจนทุกวันนี้

อีกคนที่ตกใจแบบอดีนาลีนหลั่งมากคือยายไหวที่ปกติ ไม่มีแรงอุ่มแม่ที่นอนป่วยขึ้นมาได้ พอได้ยินว่าไฟไหม้กลับอุ่มแม่ออกจากบ้านได้เฉย

เราเงกลับแปลกไม่ตกใจ ช่วย แม่กับเอ๋เก็บบัญชีใส่กระเป๋าและเอามาเก็บใส่รถยังเดินไปดูเขาดับเพลิง และถามแต่พนักงานอยู่นั้นแหละว่าดับยัง ประเด็นคือไม่อยากเก็บของแยะ เท่าที่ดูรถดับเพลิงมา 7 คัน พนักงานมากันสงสัยหมดสถานี พนักงานดับเพลิงบอกว่าดีที่เห็นเร็ว ถ้าลามถึง 3 ห้องล่ะก้อเอาไม่อยู่ เพราะพื้นบ้านเป็นพื้นไม้ และดีที่เป็นไม้แบบดีไม้โบราณ เนื้อมันแน่นเลยไม่กินไฟง่าย ตอนนี้ต่างหัวเราะคนที่ตกใจบางคนหอบเอาผ้ากันเปลื่อนออกมาผื่นเดียว บางคนหอบโฉนดออกมา

แต่แม่ท่าทางตกใจเห็นนั่งเงียบ เขาบอกว่าเอาอยู่แล้วแม่ถึงเดินมาดู จนทุกวันนี้ยุ่ยโทรมาคุยด้วยยังแซวว่าไปซ้อนขวัญมายัง เราแอบแซวว่าไม่ต้องไปซ้อนหรอก มันหล่นที่หน้าบ้านนั้นแหละ นั่งนิ่งอยู่ตั้งนาน

Posted in Uncategorized | Leave a comment

มันมาอีกแล้วววว…

มันมาอีกแล้ววววว…

ที่มา มาจากเรามีเลือดออก ผิดปกติ ระหว่างรอบเดือน คอประจำเดือนหมดแล้ว ยังมีเลือดออกกระปิดกระปอยอยู่ ตอนแรก กังวลมาก เพราะปกติเราตกไข่วันที่ 6 พอ เข้าวันที่ 3 มีนาคม เราเริ่มมีเลือดสีคล้ำๆ ออกมา แรกๆ เข้าใจว่าเป็นเลือดประจำเดือนเก่า แต่เป็นมากชักกังวล พอวันที่ 6 เนสจึงแวะไปปรึกษาหมอราณี คุณหมอบอกว่าไม่เป็นไร เป็นอาการตกไข่ แต่พอนับอายุแล้ว จึงแนะนำว่าถ้ามาสบายใจลองไปทำอัลตร้าซาวส์ดูสิ

เรากลับมานอนกอดคำว่าตกไข่ได้ไม่นานชักไม่ไหว พอดีเจ้จู่กลับมาเราจึงแวะเราอาการให้ฟัง เจจู่คิดว่าน่าจะเป็นอาการฮอร์โมน เปลี่ยนแปลง ร่างกายอาจขับเลือดเก่าๆ ออกมาให้รอดูว่าเดือนหน้าจะเป็นอีกไหม ถาเดือนหน้าเป็นอีก คงต้องไปหาหมอสูติให้เขาตรวจภายใน และขูดมดลูกไปตรวจ ก๊าก ฟังแล้วเจ็บ ก่อนกลับยังแอบถามอีกว่าที่กินอีพนิ่งพริมโรสนี่ใช่ฮอร์โมนไหม เจ้จู่บอกว่าใช่ อาจเป็นผลจากมันก็ได้ สาธุใช่เถอะ

หลังจานั้นเราก้กลายเป็นคนที่ใช้ชีวิตแบบเปลืองผ้าอนามัยมาก ใช้ทุกวัน เสียดายจัง กระทั้งกลับจากญี่ปุ่นมา เลือยังคออกมาหลอกหลอนกันอยู่ จนวันที่ 4 เมษา เลือดสดมาก ออกมาเป็ยลิ่มเล็กๆ ด้ย ตอนที่เราเข้าห้องน้ำ แบบเบ่งอุจาระ ก้ออกมาด้วย เป็นอยู่ 2 วันจนวันที่ 3 เราโทรคุยกับเจ้จู่อี้ เจ้จู่ทักว่าไม่ใช่ริดสีดวงนะ เอาสิ อึ้งชักไม่แน่ใจว่ามันออกมาจากช่องไหนกันแน่ และพอดโดนทักมันก็หยุด แต่เริ่มสักเกตุว่าถ้าเบ่งเมื่อไหรเลือดมาเมื่อนั้น เราจึงต้องถ่ายแบบไม่เบ่ง แต่ให้เจ้หน่อยนัดหมอให้ ได้วันที่ 20 โอ้ย นานจริง

และก็ถึงวันที่ 20 หลังจากขึ้นบัตรแล้ว เจ้าหน้าที่บอกให้ไปที่ห้องฝากครรภ์ แต่เราไปหาเจ้หน่อยก่อน เจ้หน่อยพากลับมาที่ห้องฝากครรภ์ พี่พยาบาลหน้าห้องก้เป็นกลุ่มเดิม เจอกันก็ทักทายกันดี แต่แอบคิดว่าย้ายห้องสูติมาไว้ใกล้ห้องฝากครรภ็ก็ดี จะได้อัลตร้าซาวด์ไปเลย ไม่ต้องเดินไปเดินมา

เรายื่นบัตรแล้วยืนรอ นานอยู่หรอกจนมีเวลาโทรหาบริษัททัวส์ให้พ่อได้ แถมอ่านเที่ยวรอบโลกจนจบอีก จนพยายบาลเรียกไปถามอาการ หลังจากนั้นให้ไปรอต่อ จนพี่พยาบาลอีกคนเรียกให้ไปนั่รอ พอเข้าไปตกใจเห็นคนใส่ผ้าถุงนั่งรออยู่ 4 คน และหมอกำลังตรวจคนไข้ อีกคน หมออภิศักดิ๋ เป็นอาจาร์บหมอสอนหมอใหม่ด้วย เวลารักษาจะต้องอธิบายให้หมออีกคนฟังตลอด คุณหมอยังถามอีกว่าอยากมีลูกไหม ใครจะไม่อยากมี ล่ะ ยิ่งมาเป็นแบบนี้ความอยากมันเพิ่มขึ้นอีก 2เท่า

พอถึงเรา หมอถามอาการ และถามว่าประจำเดือนมาปกติไหม และปวดท้องไหม สุดท้ายหมอบอกว่าไอ้เลือดออกแบบเราน่าจะต้องตรวจภายใน เป็นสิ่งสุดท้ายที่เราอยากได้ยิยและทำ โดนให้เอาผ้าไปเปลียน เราก็งกๆ เงิ้นๆ อยู่นาน กลับมานั่งรอคุณหมอตรวจคนไข้รายอื่น สักพักพี่พยาบาลเข้ามา เราจึงถามว่าเราต้องถอดกางเกงในไหม พี่พยาบาลหัวเราะและว่าถอดสิไม่ถอดหมอจะตรวจได้ไง

ระหว่างที่รอตรวจ ชักกลัวแล้วสิ พอโดนเรียกชื่อเลยตกใจ เข้าเห็นเตียงที่เขาใช้ตรวจแล้ว กลัวเลย พยาบาลบอกให้ นอนบนเตียงและยกขาขึ้นวางบนที่วาง ถลกผ้าขึ้นถึงเอว น่าอายจริงๆ เอราไม่ถลกหรอก  ดึงขึ้นนิดหน่อย หมอก้ตรวจได้แล้ว แถมมาสั่งให้เราขยับก้นลงมาอีก แล้วเอาอำไรไม่รู้มายัดใส่ช่องคอลดทำเอาตกใจหมด หมอบอกว่ามีอะไรสักอย่างที่ด้านซ้าย คงเป็นเจ้านี่ที่ทำให้เลือดออกต้องเอาชิ้นเนื้อไปตรวจ แล้วหมอก้เอาอะไรอีกอย่างเข้าไปตัด แอบสงสัยว่าช่องแค่นี้ทำไม่มันเอาของยัดเข้าไปได้แยะขนาดนั้น แล้วเห็นหมอคีบชิ้นเนื้ออกมาให้พบาบาลเก็บตัวอย่าง และยังไปตัดเพิ่ม เพราะเห็นอะไรบางอย่าง ระหว่างนั้นเราก็นอนตัวเกร็ง ขาชี้ จนโดนหมอบอกให้เอาก้นลง ไม่อย่างนั้นมันจะเจ็บ และเลิกทำท่าขาชี้ฟ้าด้วย ก็มันเกร่งนี่ แถมไอ้ที่แหย่เข้ามาทำให้เราปวดท้องถ่ายมาก จนคิดถึงคดีเด็ดที่คนที่ขูดมดลูกเขาปวดท้องเข้าห้องน้ำคงเป็นแบบเรานี่เอง

หมอให้ไปรับยาและนัดฟังผลเดือนหน้าวันที่ 18 ส่วนยาที่ได้เป็นยาแก้อักเสบและ แก้ปวด คุณหมอบอกว่าจะมีเลือดออก และตกขาวอยู่2-3 วันนะ และระหว่างที่รอบรับยาเลือดก็ไหลออกมาแบบแยะมาก ดีที่เราใส่ผ้าอนามัยไว้ ในใจคิดว่าใช่แล้วประจำเดือนมาแล้ว เพราะปวดท้องด้วย

Posted in สุขภาพและความสุขสมบูรณ์ | Leave a comment

อาการนี้ทำให้จิตกตอีกรอบ

อ่านคลีโอฉบับเดือนมีนาคม เรื่องมะเร็งรังไข่แล้วจิตตก
เพราะตัวเองเคยผ่าเนื่องอกรังไข่เมื่อ 3 ปีที่แล้ว มาเดือนนี้อยู่ๆ มีเลือดออกมาระหว่างที่อยู่ในช่วงตกไข่
เรารู้สึกกลัวจึงไปหาหมอสูติฯ คุณหมอบอกว่าเป็นธรรมาดาที่จะมีเลือดออกมา
เหมือนเลือดประจำเดือนเก่า เราพยายามบอกหมอว่ามันเป็นเลือดสีคล้ำบ้าง แดงบ้าง
แต่ไม่มีอาการปวดท้อง ปกติถ้าตกไข่มันจะเป็นเหมือนแป้งเปียก
คุณหมอยังยืนยันว่าน่าจะตกไข่ แต่ด้วยอายุที่มากแล้ว (36 ไม่ต้องย้ำก็ได้)
จะลองไปอัลตร้าซาวน์ดูก็ได้

เมื่อหมอบอกว่าตกไข่ก็ตกไข่ แต่ยังกังวล คนที่เคยมีปันหาแล้วจะกังวลว่าจะเป็นอีกทั้งนั้นแหละ
มาถึงตอนนี้คิดว่าถ้าเป็นอีก จะทำยังไงลูกก็ยังไม่มี ขอมีลูกก่อนนะ 2-3
วันต่อมาเป็นไข้อีก ทำให้กลัวมากขึ้น แต่มาคิดไปตอนที่เป้นไข้เราปวดไซนัสมาก
คงเป็นไซนัสอักเสบ แถมน้ำหนักขึ้นทำให้ท้องป่อง จึงพยายามคุมอาหารเต็มที่ (ทำเหมือนตอนเป็นเนื้องอกรังไข่เมื่อ
3 ปีที่แล้ว และโดนใครๆ ทักว่าผอม แต่ตัวเองเห็นแต่ท้องน้อยว่ายังดูป่องอยู่)

จากวันที่ 6 วันที่
12 พอดีพี่สาวที่เป็นพยาบาล และเป็นหัวหน้าแผนกสตินารี กลับมาบ้าน เราจึงแวะถาม
ว่าไอ้อาการที่เป็นทั้งหมดทั้งมวลมันปกติไหม พี่สาวบอกว่าปกติ แต่ให้ดูก่อนเดือนนี้
ถ้าเดือนหน้าเป็นอีกให้ไปหาหมอ และขูดมดลูกเอาชิ้นเนื้อไปตรวจ ก้ากเจ็บ
! เพราะอาการอย่างนี้อาจเป็นพวกประจำเดือนเก่าที่ออกมาไม่หมดและค้างมาหลายเดือน
ถึงระดับหนึ่ง ร่างกายขับออกมาเอง จึงเป็นเลือดออกกระปิดกระปอยอยางนี้
สาธุขอให้จริงเถอะ ยังอยากมีลูกอยู่นะ เราสาธยายให้เจ้ฟังว่ากินยาแก้ปวด ไซนัส วิตามินซี
และ อีฟนิ่งฟริมโรส จึงหยุดกินทุกอย่าง เพราะไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะยาหรือเปล่า
เจ้ว่ายาไซนัสกินปกติ ที่มีผลน่าจะเป็นอีฟนิ่งพริมโรส เพราะเป็นฮอร์โมนเหมือนกัน
จริงเหรอ

แล้วแถมอีกว่าที่แม่เป็นลมพิษก็เพระาฮอร์โมนเช่นกัน

พอดียุ้ยกลับมาจึงเลาให้ยุ้ยฟังยุ้ยบอกว่าเป็นไปได้ที่ฮอร์โมนมันแปรปรวน
แถมมาทักอีกว่าเราผอมลง (ถ้ามีอาการแปลกและผอมลงเป็นสัณญานไม่ดีนะ) จะมีเลือดออกอย่างนี้จนกว่าฮอร์โมนจะคงที่
หรือจะกินยาก็ได้นะ คิดแล้วไม่เอาดีกว่ารอก็ได้ จะว่าไปพวกเรื่องอย่างนี้ไม่เคยมีข้อมูลเลย
หาในเน็ตก็ไม่เจอ เจอแต่พวกมดลูกอักเสบ หรือมะเร็งปากมดลูก อ่านแล้วกลัวไปต่างๆ
นาๆ  แถมเจอเภสัชกรจึงถามว่าตกลงอีฟนิ่งพริมโรสเขากินติดต่อกันได้เหรอ
เภสัชยังยืนยันว่าได้ และไม่เป็นฮอร์โมน เอาละสิ แล้วตกลงใครถูก

พอเล่าให้ขนุนฟัง เขาว่าถ้าเราเป็นวัยทองแล้วเขาคงต้องไปบวช
555 เราเบรกไว้ทันทีไปบวชไม่ได้ มีลูกกันก่อนจะได้มีคนคอยส่งข้าวส่งน้ำให้ 5555

ตอนนี้มีนาเลยบ้าขนซื้อผ้าอนามัยแบบวันมาน้อย
และ ผ้าอนามัย กะว่าไปเที่ยวญี่ปุ่นคราวนี้ต้องไปหลั่งเลือดทาแผ่นดินที่นั้นแน่
แต่ใจคิดว่าจะเอาไปห่อเดียวแล้วไปซื้อเอาข้างหน้าไหนๆ น้องชายเป็นเจ้าถิ่นที่นั้นแล้วนี้
วันนี้ลองใช้ลอริเอะแบบ
light อีกรอบ รู้สึกว่าแพ้มีผื่นขึ้น
ต้องไปหาแบบใหม่มาด่วน (หรือไม่ก็จิตตกเกินไป เพะราเคยแพ้เลยกลัวแพ้อีก)
อย่างนี้สงสัยต้องเตรียมแผนใหม่อีกรอบ

Posted in Health and wellness | Leave a comment